วันที่ 14 กุมภาพันธ์เวียนมาบรรจบอีกครั้ง
ฉันไร้คนรักเคียงข้างกายในปีนี้
ไม่มีกุหลาบสักดอกเดียวส่งมาถึงมือ
ขณะที่ฉันก็ไม่มีจิตใจจะส่งดอกกุหลาบไปให้ชายใด
ฉันจึงพาร่างกายและจิตใจอันอ้างว้างเปลี่ยวเหงาเข้าไปสิงสู่อยู่ในร้านกาแฟแห่งเดิม
ร้านที่เคยนั่งจู๋จี๋กับคนรักเมื่อหลายเดือนก่อน
ชามะนาวที่เคยสั่งมาดื่มเป็นประจำกลับมีรสชาติไม่กลมกล่อมเหมือนเก่า
หนังสือพิมพ์ที่หยิบมาอ่านก็มีแต่ข่าวชวนละเหี่ยใจ
แต่แล้วทันใดนั้น
จินตภาพบางอย่างก็บังเกิดขึ้นเบื้องหน้าฉัน
เธอ -คนรักผู้นิราศไกล- กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
มีกุหลาบแดงช่อใหญ่อยู่ในมือของเธอ
เธอบรรจงยื่นของขวัญเลอค่านั้นมาให้ฉัน
ฉันรับมันมาด้วยความเปรมปรีดาในดวงใจ
แต่แล้วฉันพลันรู้สึกเจ็บแปลบที่มือข้างซ้าย
ใช่แล้วหนามแหลมคมจากกุหลาบอันสวยงามได้ทิ่มตำฉัน
ความปวดร้าวอันเกิดจากมันช่างสุดแสนทรมาน
ดังราวกับกำลังต้องพิษรักอันขื่นขม
และพิษดังกล่าวก็กำลังเดินทางไปสู่หัวใจที่แทบจะขาดรอนของฉัน
ทว่าความเจ็บปวดกลับค่อยเลือนหายไป
พร้อม ๆ กับจินตภาพที่มีเธออยู่ในนั้น
ฉันจ้องมองไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
แล้วพบว่าสิ่งที่ปรากฏ ณ เบื้องหน้า
ก็เป็นเพียงแค่มวลสารของฝุ่นละอองอันแทบจะว่างเปล่า
ว่างเปล่าเหมือนกับความรักของฉันในวันวาเลนไทน์